1. Aloe Vera (ว่านหางจระเข้) เน้นความเย็น และการเติมน้ำ สารสกัดยอดนิยมตลอดกาลที่เน้นการลดอุณหภูมิผิว (Cooling Effect) และเติมความชุ่มชื้นได้ดี
- จุดเด่น ช่วยลดความร้อนสะสมหลังออกแดด (After Sun)
- ความเร็ว ปลอบประโลมผิวได้ทันทีในแง่ของความรู้สึกเย็น แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15-30 นาที หรือมากกว่านั้นในการลดรอยแดงที่เกิดจากการอักเสบ
2. Centella Asiatica (ใบบัวบก) เน้นการสมานแผลและลดอักเสบ สารสกัดสายเขียวที่เก่งเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจนและลดการอักเสบ (Anti-inflammation)
- จุดเด่น ช่วยซ่อมแซมแผลจากสิวหรือรอยแกะเกาได้ดีเยี่ยม
- ความเร็ว เห็นผลชัดเจนในเรื่องการลดอักเสบและรอยแดงภายใน 24-48 ชั่วโมง เหมาะกับการฟื้นฟูผิวระยะยาวมากกว่าการระงับอาการแสบทันที
3. SymSitive® (4-t-Butylcyclohexanol) นวัตกรรมหยุดสัญญาณแสบที่ต้นตอ นี่คือสารกลุ่ม Sensory Regulator ที่ไม่ได้แค่บำรุง แต่เข้าไปทำหน้าที่ "ปิดสวิตช์" การส่งสัญญาณความรู้สึกของเส้นประสาทใต้ผิว
- จุดเด่น เข้าไปบล็อกตัวรับ TRPV1 ที่ถูกมลภาวะหรือสารเคมีกระตุ้น ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการแสบ คัน และแดง
- ความเร็ว ชนะขาดลอย! เพราะสามารถหยุดความรู้สึก "แสบหน้า" และ "คันยิบๆ" ได้ภายใน 3 นาที หลังทา (Instant Relief)
4. ทำไม Dermartlogy ATG Serum ถึงเลือกใช้ SymSitive® เป็นหัวใจสำคัญ? เพราะอาการ "หน้าแดงแสบคัน" คือปัญหาที่ต้องการการแก้ไขเดี๋ยวนี้! Dermartlogy ATG Serum จึงผสานพลังของ SymSitive® เข้ากับเทคโนโลยี MLE® (เพื่อสร้างเกราะผิว) และ Autophagy (เพื่อดีท็อกซ์เซลล์) ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่หายแสบเร็ว แต่ผิวจะแข็งแรงขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่กลับไปแพ้ง่ายเหมือนการใช้สารปลอบประโลมทั่วไป
บทสรุป หากคุณต้องการความเย็นสบายและเป็นธรรมชาติ Aloe Vera และ Centella คือตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณต้องการ "หยุดอาการแสบหน้าอย่างเร่งด่วน" และกู้ผิวพังให้กลับมาสงบนิ่งภายในไม่กี่นาที SymSitive® ใน Dermartlogy ATG Serum คือคำตอบที่วิทยาศาสตร์การแพทย์พิสูจน์แล้วว่ารวดเร็วที่สุดครับ